ReadyPlanet.com
dot dot
คู่มือพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์

 คู่มือพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์ : 
10 ข้อปฏิบัติในการดูแลช่วยเหลือเด็กติดเกมหรืออินเตอร์เน็ต   
      
โดย นพ.บัณฑิต ศรไพศาล

1. สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเล็ก

พ่อแม่สามารถกำหนดวินัยให้ลูกฝึกปฏิบัติตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็ก โดยการตั้งกฎกติกาที่ชัดเจนว่าอะไรห้ามทำบ้าง เช่น ห้ามทานอาหารไปเล่นไป เป็นต้น เด็กจะเรียนรู้ที่จะควบคุมบังคับตัวเองให้ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

พ่อแม่ยังสามารถมอบหมายความรับผิดชอบให้ลูก การมอบหมายหน้าที่ให้บางอย่าง เช่น การให้ช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยล้างจาน การสนับสนุนให้เด็กทำอะไรให้สำเร็จแม้จะยากลำบาก เด็กจะได้เรียนรู้ที่จะบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรทำ และเรียนรู้ที่จะรับผิดถ้าทำผิด

2. ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

การจำกัดจำนวนคอมพิวเตอร์ในบ้านให้มีน้อยกว่าจำนวนคน จะเป็นผลให้เด็ก ๆ ต้องแบ่งกันใช้คอมพิวเตอร์

การกำหนดที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ในห้องโถงหรือพื้นที่ใช้ร่วมกันในบ้าน จะช่วยลดพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ระดับหนึ่ง

การมีชั่วโมงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่จำกัด เช่น การซื้อเป็นชั่วโมง

การจัดการทางกายภาพอื่น ๆ เช่น ปรับเส้นทางการเดินทางไปโรงเรียนและกลับบ้าน ได้แก่ เปลี่ยนเส้นทางเดินไม่ให้ผ่านร้านอินเตอร์เน็ต

3. ใช้มาตรการทางการเงิน

การจำกัดจำนวนและความถี่ของการให้เงิน ได้แก่ การไม่ให้เงินแก่ลูกมากเกินไป จะทำให้ไม่มีเหลือเฟือไปเล่นเกม หรือแม้ไปเล่นก็จะถูกจำกัดโดยจำนวนเงินที่มีไม่มากนั้น

ให้ลูกรับรู้ค่าใช้จ่ายในบ้านที่เกี่ยวกับการเล่นเกม ได้แก่ ค่าใช้จ่ายอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า เป็นต้น ตลอดจนให้ลูกแบกรับค่าใช้จ่ายของการเล่นเกม การช่วยลดเงินที่ลูกใช้เล่นเกมหรืออินเตอร์เน็ตลง อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ลูกเห็นผลของการกระทำของตนเองว่าเล่นเกมแล้วมีค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน

การให้เงินเพิ่มอย่างรอบคอบ มีหลักการคือ หากลูกขอเงินเพิ่มบ่อยจนผิดสังเกต ให้คอยตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ทำในท่าทีที่มองในแง่ร้ายหรือไม่ให้เกียรติ

การให้ลูกทำงานแลกกับเงิน ลูกควรได้มีโอกาสทำงานแลกกับเงิน แม้เป็นงานเล็กน้อยแลกกับเงินเล็กน้อย เพื่อจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ว่าเงินไม่ได้มาง่าย ๆ

4. ฟังและพูดดีต่อกัน

การฟังแบบดีต่อกัน คือ การตั้งใจฟังด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ฟังให้จบก่อนที่จะพูด ฟังด้วยความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจ

การพูดแบบดีต่อกัน เป็นการพูดในลักษณะที่ให้เกียรติผู้ฟัง เป็นการสื่อถ้อยคำสำคัญโดยไม่ได้ใช้อารมณ์เกรี้ยวกราด ไม่ได้ใช้ภาษาที่ตำหนิรุนแรงหรือประชดประชันเสียดสี ผู้อาจใช้ภาษาเดียวกับลูก (เช่น ใช้ภาษาในเกมที่ลูกเล่น ใช้ภาษาแฟชั่นยุคของลูกบ้าง)

พ่อแม่สามารถใช้เทคนิคการสื่อสารอย่างสุภาพวิธีหนึ่ง ได้แก่ การสื่อสารโดยใช้คำว่า “ฉันรู้สึก...” (I-message) ซึ่งมีเทคนิค คือ ให้พูดว่า “ฉัน และตามด้วยความรู้สึก” ดีกว่าการพูดว่า “แก และตามด้วยคำตำหนิ” เช่น “แม่เสียใจที่ลูกเล่นเกมเกินเวลาที่ตกลงกันไว้” ดีกว่า “ลูก (แก) ช่างไม่รับผิดชอบเอาเสียเลย สัญญาไว้ไม่เป็นสัญญา ใช้ไม่ได้”

การสื่อสารผ่านการเขียนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิผลสูง เช่น เขียนจดหมาย เขียนบันทึกเล็ก ๆ วางไว้บนโต๊ะอาหาร ติดไว้ที่ตู้เย็น เขียนบอกข้อเท็จจริง บอกความในใจ บอกความปรารถนาดี ห่วงใย ขอโทษ ขอบคุณ โดยไม่มีอารมณ์รุนแรงแบบควบคุมไม่อยู่เจือปนลงไป

5. จับถูก ชื่นชม ให้กำลังใจ

พ่อแม่ต้องเข้าใจพลังของกำลังใจและสร้างให้เกิดกำลังใจในตัวลูก หากกำลังใจดีสมองจะทำงานได้ดี คนเราจะไม่เรียนรู้หากถูกตำหนิตลอดเวลา

การจับถูก คือ การขยันมองให้เห็นด้านดีหรือด้านบวกแม้เล็กน้อยในตัวลูก

การชื่นชม ให้กำลังใจ คือ การนำสิ่งดี ๆ แม้เล็กน้อยนั้นมาพูดชื่นชมให้เจ้าตัวรับรู้ หรือพูดแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ความดีของลูก การทำให้ลูกรู้ว่ามีคนเห็นคุณค่าในตัวเขา และการทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองจะทำให้ลูกมีกำลังใจ จำทำให้ลูกรู้สึกว่าเราเป็นมิตร ฟังเรามากขึ้น

6. ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม และบังคับใช้อย่างเข้มแข็งแต่อ่อนโยน (อ่อนนอก แข็งใน)

เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น ให้ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกำหนดกติกา ดีกว่าการกำหนดกติกาหรือสั่งการบังคับแต่ฝ่ายเดียว การให้โอกาสวัยรุ่นร่วมกำหนดกติกาจะทำให้เขายอมรับกติกาและตัวพ่อแม่ได้มากกว่าการถูกบังคับโดยพ่อแม่ เช่น พ่อแม่เสนอให้เล่นเกม 1 ชั่วโมง ลูกขอต่อรอง 3 ชั่วโมง สุดท้ายตกลงกันได้ที่ 2 ชั่วโมง ลูกจะร่วมมือในกติกา 2 ชั่วโมงแบบมีส่วนร่วมกำหนด

ส่วน รูปธรรมกติกา คือ การทำให้กติกาสามารถวัดได้ชัดเจนตรงกันทั้งสองฝ่าย เช่น พ่อแม่อาจพูดว่าอย่าเล่นนานนะลูก (ในใจคิดว่าอย่าเกิน 1 ชั่วโมง) ลูกอาจตอบว่าครับเล่นไม่นานครับ (ในใจคิดว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมง) หรือพ่อแม่อาจอนุญาตให้ลูกไปเล่นเกมที่ร้านอินเตอร์เน็ต 2 ชั่วโมง (ในใจนับตั้งแต่ลูกออกจากบ้านจนลูกกลับเข้าบ้าน) ส่วนลูกอาจนับตั้งแต่ได้ลงนั่งเล่นเกมจนจบครบ 2 ชั่วโมง โดยไม่นับเวลาเดินไปเดินกลับ และเวลาที่รอเครื่องว่าง

พ่อแม่ต้องบังคับใช้กติกาที่ร่วมกันกำหนดอย่างเข้มแข็งแต่อ่อนโยน เช่น ให้เล่นได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง ก็ต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง ให้ทำการเสร็จก่อนเล่นเกม ก็ต้องทำการบ้านเสร็จก่อน การที่พ่อแม่ใจอ่อนหย่อนยานการบังคับใช้กฎกติกา พ่อแม่อาจรู้สึกว่ารักลูกสงสารลูก แต่แท้ที่จริงเป็นการทำร้ายลูก เนื่องจากทำให้ลูกเรียนรู้ผิด ๆ เกี่ยวกับการเคารพกฎกติกาก็ได้

7. มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้เด็ก

การมีทางออกเชิงสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความสุข ความสำเร็จทดแทน จะช่วยเด็กและเยาวชนได้ เนื่องจากธรรมชาติมนุษย์ทุกคนแสวงหาความสุขและความสำเร็จ การเล่นเกมเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ได้สิ่งเหล่านี้มา การห้ามไม่ให้เล่นเฉย ๆ จะทำให้เด็กไม่มีทางออก สิ่งที่ควรทำคือการช่วยให้เด็กได้ค้นหาความถนัดของตนเอง และมีโอกาสทำกิจกรรมตามความถนัดหรือมีใจรัก เช่น กีฬา ดนตรี การแสดง ศิลปะ

8. สร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ในครอบครัว

การสร้างรอยยิ้มในครอบครัวจะทำให้เกิดบรรยากาศครอบครัวอบอุ่น

การหยอดความสดชื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบไม่หวังผล เช่น พูดเรื่องตลกหรือเรื่องที่สมาชิกในบ้านฟังแล้วรู้สึกสดชื่นสบายใจมีกำลังใจ การจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ของสมาชิกในบ้าน มอบของขวัญเล็ก ๆ เนื่องในโอกาสพิเศษ

9. ควบคุมอารมณ์และสร้างความสุขเล็ก ๆ ในใจของพ่อแม่เอง

การแก้ปัญหาไม่สามารถเนรมิตได้ การเกิดพฤติกรรมใด ๆ ของเด็กและผู้ใหญ่ เกิดจากการสะสมทั้งสิ้น การจะให้ลูกเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเล่นเกมน้องลงก็ต้องสอนสะสมเช่นเดียวกัน

การที่พ่อแม่จะมีพลังในการช่วยเหลือลูก พ่อแม่จะต้องมีพลังในตัวเองก่อน ซึ่งสามารถทำได้โดยการมองให้เห็นว่าตัวเรามีคุณค่า มองชีวิตดี ๆ ด้านอื่นบ้าง คุณค่าเกิดจากการที่เรารู้สึกว่าเรามีดีหรือมีประโยชน์ต่อผู้อื่น

การควบคุมดูแลอารมณ์ตนเองของพ่อแม่เอง ไม่ให้โกรธมากไปหรือเสียใจมากไปสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  1. การมีสติ อาจทำได้โดยการนับ 1-10 ในใจ หรือตามรู้อารมณ์ว่ากำลังโกรธหรือเศร้า
  2. มองให้เห็นโทษของการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เห็นการตอบโต้ที่ไม่จบและรุนแรงขึ้นที่จะตามมา เพียงเพราะเราหลุดคำบางคำหรือการกระทำบางอย่างออกไปขณะที่มีอารมณ์รุนแรงอยู่
  3. หาวิธีระบายอารมณ์ ทั้งอารมณ์ในขณะนั้นหรืออารมณ์สะสมไปทางอื่นที่ไม่เกิดโทษ เช่น เดินหนี เขียนความไม่พอใจลงในกระดาษ ออกกำลังกายหนัก ๆ ร้องเพลง เป็นต้น
  4. มองให้เห็นประโยชน์ในโทษ หรือมองให้เห็นด้านบวกในด้านลบของปัญหาที่เผชิญอยู่จะช่วยลดอารมณ์โกรธได้ เช่น เล่นเกมดีกว่าติดยาเสพติด, รู้และแก้ปัญหากันเสียตอนนี้ดีกว่าเมื่อปัญหาหนักกว่านี้ หรือแม้กระทั่งปัญหาลูกเรายังน้อยกว่าปัญหาลูกคนอื่น เป็นต้น

10. เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรา... ทันที

หลักการนี้สำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยนอกจากตัวเรา เราสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีการเปลี่ยนแปลงผู้อื่นของตัวเรา ซึ่งพ่อแม่สามารถทำได้ตั้งแต่

  1. เปลี่ยนแปลงปัจจัยลบในบ้าน เช่น ลดการทะเลาะกันระหว่างพ่อแม่ ลดการใช้อารมณ์ในบ้าน ลดการจับผิดอยู่เป็นประจำ ลดการเที่ยวเตร่กลางคืน
  2. การเพิ่มปัจจัยบวก เช่น การให้เวลาการทำกิจกรรมร่วมกัน (ควรเป็นกิจกรรมที่ชอบทั้งพ่อแม่และลูก), การให้โอกาสลูกมีกิจกรรมสร้างสรรค์ทางเลือกอื่น ๆ เป็นต้น
  3. การเปลี่ยนวิธีการเปลี่ยนแปลงลูก เช่น เปลี่ยนจากตำหนิตลอดเป็นชื่นชมบ้าง ลดการบ่นลงบ้าง
  4. เปลี่ยนตัวเองให้ลูกเห็นตัวอย่างว่า พ่อแม่ยังบังคับตัวเองได้ เช่น เลิกบ่น เลิกฟุ่มเฟือย เลิกเล่นการพนัน เลิกกลับบ้านดึก เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้า เลิกเจ้าชู้ เป็นต้น ลูกก็น่าจะสามารถบังคับตัวเองได้เช่นกัน เช่น ลดการเล่นเกมลง หรือเพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้น

10 ข้อปฏิบัติในการดูแลช่วยเหลือเด็กติดเกมหรืออินเตอร์เน็ตนี้ เป็นข้อปฏิบัติง่าย ๆ แต่ได้ผล อยู่บนพื้นฐานของการช่วยให้ลูกมีวินัยในตนเองสามารถควบคุมตนเองได้ หากพ่อแม่ได้ทดลองปฏิบัติตามข้อแนะนำนี้อย่างครบถ้วนถูกต้องและเพียงพอแล้ว เชื่อเหลือเกินว่านอกจากจะพบเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวลูกแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองยังจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงของคนรอบข้างที่จะตามมาจากการเปลี่ยนแปลงของตัวพ่อแม่ผู้ปกครองเอง







bulletสมัครสมาชิก
bulletคู่มือพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์
bulletคู่มือการใช้แบบทดสอบการติดเกมฉบับผู้ปกครอง
bulletมุมครอบครัว
bulletคลิปดีๆที่อยากให้ชม
bullet'ดูได้ ดูดี' คู่มือสามัญประจำบ้าน
bulletดูได้ ดูดี เล่ม 2 ออกแล้วจ้า..... !!!
bulletจุลสารขบวนการครอบครัว
bulletจดหมายข่าว
bulletCalendar
dot
Family Award 2016
dot
bulletทัศนะของผู้เข้าร่วมงาน Family Awards 2016
bulletผลการสำรวจฉบับสมบูรณ์
bulletโปสเตอร์งาน Family Award 2016
bulletผลการสำรวจสัดส่วนรายการโทรทัศน์ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัวบนทีวีดิจิทัล
dot
Family Awards 2013
dot
bulletบรรยากาศงาน Family Award 2013
bulletข่าวการมอบรางวัล Family Award 2013 รายการ "ครัวคุณต๋อย"
bulletรายการคันปากเรื่องมอบรางวัล Family Award 2013
bulletรายการเส้นทางบันเทิงเรื่องการมอบรางวัล Family Award 2013
bulletเล่มรายงานผลสำรวจรายการโทรทัศน์ในดวงใจครอบครัวปี 5
dot
Family Awards 2012
dot
bulletข่าวการจัดงาน Family Awards 2012
bulletผลสำรวจรายการโทรทัศน์ในดวงใจครอบครัวปี 4
dot
Family Awards 2011
dot
bulletบรรยากาศงาน Family Awards 2011 (Part 1)
bulletบรรยากาศงาน Family Awards 2011 (Part 2)
bulletสรุปงาน Family Awards 2011
bulletรายงานข่าว Family Awards 2011 ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
bulletสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสรายงานข่าวรางวัล Family Awards 2011
bulletรายการเรื่องจริงผ่านจอ กับรางวัล Family Awards 2011 ที่ได้รับ
bulletรายงานข่าว Family Awards ในรายการสีสันบันเทิง ช่อง 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 1
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 2
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 4
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 5
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 6
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 7
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 8
dot
Family Award 2010
dot
bulletคำกล่าวของผู้มอบรางวัลและผู้รับรางวัล
bulletรายงานผลสำรวจ Family Poll 2010
bulletสสส.เผยแพร่ข่าวการจัดงาน Family Award 2010
bulletคลิ๊ปข่าวรายการ "คันปาก"
bulletคลิ๊ปข่าวรายการ "ดาวกระจาย"
bulletคลิ๊ปข่าวภาคเที่ยง ช่อง 7
bulletคลิ๊ปข่าวช่อง 9
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 1
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 2
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 4
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 5
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 6
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 7
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 8



Code Calendar by zalim-code.com


Copyright © 2010 All Rights Reserved.