ReadyPlanet.com
dot dot
กิจกรรมต่างๆของเครือข่ายฯ

This Column Intro

สรุปผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่อง 
“คุณต้องการให้รายการโทรทัศน์….ส่งเสริมคุณค่าด้านใดในสังคม?”

เนื่องด้วยกิจกรรมการมอบรางวัลรายการโทรทัศน์ในดวงใจครอบครัว หรือ Family Award ที่ผ่านมา เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อได้ดำเนินการคัดเลือกโดยใช้กระบวนวิธีเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณควบคู่กัน ซึ่งรางวัลต่างๆตั้งอยู่บนฐานความคิดของแนวคิดการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ โดยมีเนื้อหาที่ควรมีการส่งเสริม 6 ประเด็น ได้แก่

1)เนื้อหาที่ส่งเสริมให้เกิดระบบวิธีคิด

2)เนื้อหาที่ส่งเสริมความรู้ในเรื่องวิชาการ 

3)เนื้อหาที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม

4)เนื้อหาที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิต

5)เนื้อหาที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้  ยอมรับ เข้าใจ และชื่นชมความหลากหลายในสังคม และ

6)เนื้อหาที่ส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

ผสมผสานกับเกณฑ์สัญลักษณ์การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ อันประกอบด้วย ป3+,   ด6+,ท,น13+,น18+ และ ฉ ทั้งนี้ เครือข่ายฯเห็นต้องกันว่าควรเพิ่มเติมประเด็นความหลากหลายของรางวัลให้มากยิ่งขึ้น


ส่งผลให้ในการจัดงานปีที่ 3 นี้ คณะผู้จัดเล็งเห็นถึงความสำคัญเพิ่มเติมของคุณค่าด้านอื่นๆอันนอกเหนือจากเกณฑ์มาตรฐานที่ดำเนินงาน หมายถึง เนื้อหาที่ควรส่งเสริม 6 ประเด็น จึงทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ชมถึงความต้องการในการให้รายการโทรทัศน์ไทยปัจจุบันส่งเสริมคุณค่าเชิงสร้างสรรค์ด้านอะไรเป็นพิเศษ เพื่อนำความคิดเห็นหรือความต้องการในคุณค่าด้านต่างๆนั้นมาเพิ่มเติมเป็นรางวัลพิเศษในการมอบรางวัลในปีนี้ภายใต้แบบสอบถาม “คุณต้องการให้รายการโทรทัศน์…ส่งเสริมคุณค่าด้านใดในสังคม ?” ซึ่งสำรวจเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2554 ถึง 6 กรกฎาคม พ.ศ.2554 จากครอบครัวทั่วประเทศ รายละเอียด ดังนี้

จากผลการสำรวจทั้งสิ้น มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 812 คน แบ่งเป็นเพศชายจำนวน 348 คน คิดเป็นร้อยละ 43 และ เพศหญิงจำนวน 464 คน คิดเป็นร้อยละ 57

 โดยแบ่งเป็นช่วงอายุน้อยกว่า 15 ปี จำนวน 162 คน อายุ 15-25 ปี จำนวน 332 คน อายุ 26-35 ปี จำนวน 92 คน อายุ 36-45 ปี จำนวน 89 คน อายุ 46-55 ปี จำนวน 84 คน อายุมากกว่า 55 ปี จำนวน 52 คน และไม่ระบุ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 20.0, 40.9, 11.3, 11.0, 10.3, 6.4 และ 0.1 ตามลำดับ
 



ทั้งนี้ อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นนักเรียนมากที่สุดจำนวน 350 คน คิดเป็นร้อยละ 43.1 รองลงมาคือเป็นพนักงานบริษัทเอกชน จำนวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 15.2 นอกจากนั้น ได้แก่ เป็นนักศึกษาจำนวน 120 คน ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัวจำนวน 64 คน  พ่อบ้าน/แม่บ้าน จำนวน 51 คน ซึ่งเท่ากับจำนวนข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ และอื่นๆอีก 52 คน คิดเป็นร้อยละ 14.8, 7.9, 6.3, 6.3 และ 6.4 ตามลำดับ


ในด้านระดับการศึกษานั้น มีผู้ที่จบระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จำนวน 439 คน คิดเป็นร้อยละ 54.1 ต่ำกว่ามัธยมศึกษา จำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 8.1 ระดับอนุปริญญา จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 5 ปริญญาตรีจำนวน 227 คน คิดเป็นร้อยละ 28 และสูงกว่าปริญญาตรีจำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 4.2


จากคำถามที่ว่า “คุณต้องการให้รายการโทรทัศน์…ส่งเสริมคุณค่าด้านใดในสังคม?” โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ผลปรากฏ ดังนี้

 มีผู้ต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีมากที่สุด จำนวน 472 คน ในขณะที่อันดับที่สอง คือ ส่งเสริมความมีจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่น จำนวน 428 คน และอันดับที่สามคือ ส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต จำนวน 412 คน นอกจากนี้ มีผู้ต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมไทย, ความมีระเบียบวินัย, ความเสมอภาคที่หลากหลาย, ความมีสัมมาคารวะ และศักยภาพของคนพิการ จำนวน 362 คน, 279 คน, 232 คน, 207 คน และ134 คน  ตามลำดับ


 อีกทั้งผู้ตอบแบบสำรวจได้เสนอประเด็นคุณค่าอื่นๆนอกเหนือจากในส่วนของความต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมประเด็นที่ปรากฏข้างต้นแล้ว  จำนวน 79 คน โดยภาพรวมสรุปได้ 3 ประเด็น กล่าวคือ 1)ความต้องให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมคุณค่าด้านระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาทิ ส่งเสริมความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย สิทธิและหน้าที่พลเมือง การมีส่วนร่วม ความเคารพให้สิทธิผู้อื่นๆและความแตกต่าง การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น    2)ความต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ อาทิ การบริโภคสื่ออย่างเหมาะสม การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เป็นต้น และ 3)ความต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมคุณค่าของชุมชนท้องถิ่น เช่น การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ความเข้มแข็งของชุมชน เป็นต้น
โดยสรุป เหตุที่ความต้องการให้รายการโทรทัศน์ส่งเสริมคุณค่าด้านต่างๆในสังคม เนื่องมาจากโทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่มีบทบาทอย่างมากในการสร้างสรรค์และปลูกฝังค่านิยมแก่คนในสังคม 

‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’



เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “สิทธิเด็กกับแนวทางปกป้องเด็กจากสื่อออนไลน์” article

วันที่ 27-28 เมษายน 2560 ที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ สิทธิเด็กกับแนวทางปกป้องเด็กจากสื่อออนไลน์ ณ โรงแรมพักพิงอิงทาง บูติกโฮเทล จังหวัดนนทบุรี

เวที สิทธิเด็กกับแนวทางปกป้องเด็กจากสื่อออนไลน์ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนหาแนวทางและวิธีการในการปกป้องสิทธิเด็กในสื่อออนไลน์ 2.เพื่อจัดทำร่างคู่มือการปกป้องสิทธิเด็กในสื่อออนไลน์สำหรับครอบครัว โรงเรียนและองค์กรที่ขับเคลื่อน งานเด็กและเยาวชน 3. ผู้เข้าร่วมเกิดความตระหนัก และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ในการทำงาน โดยมีผู้เข้าร่วมจาก 4 กลุ่มใหญ่ คือผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียน ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์เด็กเล็ก และ ผู้ปกครอง โดยการจัดงานครั้งนี้นับเป็นเวทีที่ 3 ในประเด็นสิทธิเด็กบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นการทำงานต่อยอดจาก 2 เวทีที่ผ่านมา มีสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อเป็นผู้ร่วมก่อการให้เกิดกิจกรรมนี้ โดยการจัดเวที 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ “เวทีคลิปเด็ก...มองให้ลึกกว่าความน่ารัก”  และ “เวทีสิทธิเด็ก...ในยุคมนุษย์กล้องครองเมือง”

ในวันแรกเป็นการเรียนรู้และร่วมกันแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ ปัญหา  ผลกระทบ รวมถึงข้อกังวลประเด็นเด็กกับสื่อออนไลน์ สิ่งที่ได้เรียนรู้และร่วมแลกเปลี่ยนกันพบว่าเด็กยังขาดทักษะในการใช้สื่อในทางที่ถูกต้อง เด็กขาดความระมัดระวังในการป้องกันตนเอง พ่อแม่ผู้ปกครองและคุณครูยังขาดความรู้ ความตระหนักต่อการใช้สื่อกับเด็กรวมถึงสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างกัน ฯลฯ ในช่วงเสวนามีวิทยากร 2 ท่านได้แก่คุณหมอพรรณพิมล วิปุลากร ผู้ตรวจราชการกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และ อาจารย์สมบัติ             ตาปัญญา ในเรื่องแนวทางแก้ปัญหาต่อความห่วงใย พอจะสรุปได้ว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว คุณครู นักเรียน จะเป็นส่วนที่จะทำให้การแก้ปัญหาทุกอย่างดีขึ้น รวมถึงการเรียนรู้ตามช่วงวัย ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมหรือสังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร มีความทันสมัยมากขนาดไหน แต่การดำเนินชีวิตต่างๆ ก็ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องเด็กต้องมีทักษะเฉพาะ และทักษะต่างๆ ช่วงสุดท้ายของวันแรกคือการเรียนรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ ทีมงานนำเรื่อง 8 ทักษะที่เด็กและเยาวชนยุคใหม่ควรเรียนรู้ในการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลมาให้ได้เรียนรู้ พร้อมกับนำภาพข่าวต่างๆ มาให้อ่านและร่วมวิเคราะห์ว่าควรเพิ่มทักษะอะไรบ้างให้กับเด็กได้เรียนรู้จากข่าวนั้นๆ    

วันที่สองเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางแก้ปัญหา สิ่งที่เห็นเหมือนกันคือการให้ความรู้กับผู้ปกครอง รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ปกครองมีเวลาร่วมกันดูแลบุตรหลานมากขึ้น  และการนำความรู้ทันสื่อออนไลน์เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนหรือการผลักดันให้เกิดการนำไปใช้จริงกับนักเรียนในวิชาที่เกี่ยวข้อง  การมีศูนย์รับเรื่องให้คำปรึกษาและเยียวยาเฉพาะในพื้นที่ หรือในโรงพยาบาล การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการดูแลเด็กร่วมกัน ในส่วนข้อเสนอแนะต่อร่างคู่มืออาจจะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางหลังจากได้ฟังข้อเสนอต่างๆ ในเวทีนี้ ติดตามกันนะคะ  เรื่องใกล้ตัวที่ต้องเรียนรู้เพราะผู้ใหญ่คือต้นแบบ ถ้าเป็นต้นแบบที่ดีเด็กก็ดีตามค่ะ

 

เก็บมาฝากโดยคุณแม่แมว เกณิกา พงษ์วิรัช

 

กรณีร้องเรียน Thai PBS article

กรณีพบเห็นการโพสต์โฆษณาวัคซีนพืช BIG ในเฟซบุ๊ก

เรียน คุณอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ

อ้างถึง  ๑. หนังสือของท่านลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๐       

          ๒. หนังสือที่ ส.ล.น. ๐๔/๐๑๒ / ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐

                ตามข้อร้องเรียนที่ท่านได้แจ้งร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กรณีพบเห็นการโพสต์โฆษณาวัคซีนพืช BIG ในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๘.๕๓ น. ซึ่งนำคลิปรายการ วันใหม่ Thai PBS  มาโพสต์ไว้ โดยคลิปรายการมีความยาว ๒.๒๖ นาที เนื้อหาพูดถึงผลิตภัณฑ์ สำหรับพืช BIGพร้อมแสดงให้เห็นสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจนและออกอากาศเป็นเวลานาน นั้น

                ในการนี้ คณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ขอเรียนให้ทราบว่าได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของท่านแล้ว มีมติว่าการดำเนินการเข้าข่ายขัดต่อข้อบังคับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิต และการเผยแพร่รายการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๖ จริยธรรมด้านความเป็นอิสระของวิชาชีพ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ประกอบแนวทางปฏิบัติเพื่อธำรงจริยธรรมวิชาชีพการผลิต การจัดหา และการเผยแพร่รายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย  ดังนี้

ข้อ ๖ จริยธรรมการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๖.๗) ผู้ปฏิบัติงานต้องหลีกเลี่ยงหรือใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการนำเสนอภาพ ข้อความ หรือสัญลักษณ์ของสินค้า บริการเพื่อธุรกิจการค้า การส่งเสริมการขาย

การนำเสนอชื่อหรือสัญลักษณ์ของสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจการค้า อาจกระทำได้เมื่อมีความจำเป็นเพื่องานข่าวหรือรายการ แต่ต้องปิดบัง ชื่อ ตราสินค้า สัญลักษณ์ เว้นแต่สินค้าหรือบริการนั้น ๆ เป็นข่าว หรือภาพ ชื่อ ตราสินค้า สัญลักษณ์นั้นเป็นพื้นหลังที่ไม่โดดเด่น ชัดแจ้ง และไม่ส่อว่าเป็นการเจตนา หรือการหลีกเลี่ยงเป็นเหตุสุดวิสัย

- แนวทางปฏิบัติเพื่อธำรงจริยธรรมวิชาชีพการผลิต การจัดหา และการเผยแพร่รายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

- การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๖.๑๕) พนักงานที่ทำหน้าที่ ผู้ประกาศ ผู้นำเสนอรายการที่ผลงานหรือการปรากฏตัวทางสื่อขององค์การ ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ต้องไม่รับเป็นผู้นำเสนอในชิ้นงานโฆษณาสินค้าหรือบริการทางธุรกิจ ไม่ทำหน้าที่พิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการในกิจกรรมใดของพรรคการเมือง กลุ่มธุรกิจ กลุ่มผลประโยชน์ และหน่วยงานราชการ ยกเว้นกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือกิจกรรมที่ไม่ทำให้องค์การเสื่อมเสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ความเป็นอิสระและความเป็นกลาง โดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

โดยคณะกรรมการนโยบายได้มีมติรับรองมติของคณะอนุกรรมการฯ ในประเด็นดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ และรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ ๑๒ /๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๐

สำหรับทีมงานผู้ผลิตรายการวันใหม่ Thai PBS  คณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้ฝ่ายบริหารดำเนินการจัดอบรมข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนให้กับทีมงาน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

 

รายละเอียดตามไฟล์ที่แนบมานี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนฯ

ติดต่อ 02 790 2138 /02 790 2156

 

 

 

ร้องเรียน Thai PBS article

กรณีการออกอากาศรายการละคร วัยใสยกกำลัง ๑๐ ตอนปังบอยตอนที่ ๑

เรียนคุณอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ

อ้างถึง  . หนังสือของท่านลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๐        

          ๒. หนังสือที่ ส.ล.น. ๐๔/๐๑๑ / ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐

ตามที่เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ มีหนังสือแจ้งร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กรณีการออกอากาศรายการละคร วัยใสยกกำลัง ๑๐ ตอนปังบอยตอนที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๘.๓๐ – ๑๙.๐๐ น. (นำกลับมาออกอากาศใหม่) รายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่อ้างถึง นั้น

ในการนี้ คณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ขอเรียนให้ทราบว่าได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของท่านแล้ว มีมติว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อข้อบังคับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่รายการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๘ จริยธรรมด้านการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากรายการที่แสดงออกถึงความรุนแรง  การกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม อบายมุข และภาษาอันหยาบคายประกอบแนวทางปฏิบัติเพื่อธำรงจริยธรรมวิชาชีพการผลิต การจัดหา และการเผยแพร่รายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย  

ข้อ ๘ จริยธรรมด้านการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากรายการที่แสดงออกถึงความรุนแรง  ดังนี้

(๘.๒) ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้วิจารณญาณในการนำเสนอเนื้อหา ภาษา ภาพ เสียง ที่อาจชักจูงผู้ชมผู้ฟังที่เป็นเด็กและเยาวชนให้เห็นผิดเป็นชอบ หรือกระตุ้นพฤติกรรม ลอกเลียนแบบ

(๘.๓) ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ออกอากาศ หรือตีพิมพ์ภาพ และข้อมูลที่อาจมีผลเสียต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน หรือมีผลเสียต่อบทบาทหน้าที่และสัมพันธภาพของสถาบันครอบครัว

- แนวทางปฏิบัติเพื่อธำรงจริยธรรมวิชาชีพการผลิต การจัดหา และการเผยแพร่รายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ดังนี้

(๘.๑) ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชนกับภารกิจในการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากรายการวิทยุกระจายเสียง รายการโทรทัศน์ ที่ไม่เหมาะสมกับวัยของเขา

(๘.๒) ต้องตระหนักถึงสิทธิของเด็กและเยาวชน ในการรับรู้ข่าวสาร และการแสดงออกของความคิดเห็น ความต้องการ ทักษะ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ฯลฯ

(๘.๓) กำหนดเวลาการออกอากาศรายการสำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัว จากเวลารายการเฉพาะผู้ใหญ่ หมั่นตรวจสอบดูแลความเหมาะสมของเนื้อหารายการในช่วงเวลาสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยเฉพาะเนื้อหาเรื่องเกี่ยวกับเพศ เพศวิถี เพศสัมพันธ์ ภาษาที่หยาบคาย เนื้อหาที่เสนอความรุนแรง เนื้อหาที่แสดงถึงอคติหรือการปฏิบัติต่อกลุ่มคนในสังคมอย่างไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม

(๘.๔) ตระหนักในความอ่อนไหวและด้อยประสบการณ์ชีวิตเด็กและเยาวชน โดยปกป้องเด็กและเยาวชนจากเนื้อหา และการนำเสนอที่ไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาหรือรายการที่มีความรุนแรง หรือสะเทือนอารมณ์ หรืออาจโน้มนำให้เด็กและเยาวชนให้เกิดการเลียนแบบ ด้วยการประกาศเตือนหรือแสดงข้อความเพื่อให้ผู้ชมผู้ฟังพิจารณาว่าเหมาะสมกับตนเอง หรือเด็กและเยาวชนในครอบครัวหรือไม่

โดยคณะกรรมการนโยบายได้มีมติรับรองมติของคณะอนุกรรมการฯ ในประเด็นดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ และรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ ๑๒ /๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๐

สำหรับทีมงานผู้ผลิตรายการละคร วัยใสยกกำลัง ๑๐ ตอนปังบอยตอนที่ ๑ เห็นควรให้ฝ่ายบริหารกำชับสำนักรายการให้เข้มงวดกับฝ่ายตรวจสอบรายการ โดยผู้ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบรายการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรายการทั้งภายนอกและภายในองค์การ ต้องมีความเข้าใจกรอบข้อบังคับด้านจริยธรรมอย่างเท่าเทียมกัน เพราะ ส.ส.ท. เป็นสื่อสาธารณะที่แตกต่างจากองค์กรสื่ออื่น ๆ จึงต้องตระหนักและเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ ข้อบังคับจริยธรรมของ ส.ส.ท. โดยเคร่งครัด

รายละเอียดตามไฟล์ที่แนบมานี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนฯ

ติดต่อ 02 790 2138 /02 790 2156

 

 

 

การผลักดัน E-Sports เป็นหนึ่งชนิดในกีฬา article

การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ผู้แทนเด็ก เยาวชน เครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายคนทำงาน ด้านเด็ก และเยาวชนต่อประเด็น การผลักดัน

E-Sports เป็นหนึ่งชนิดในกีฬา จัดเมื่อวันอังคารที่ 4 เมษายน 2560 เวลา 08.00 ถึง 13.00 น. ณ.โรงแรมปริ้นพาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

 

ในงานนี้มีพลตำรวจเอกสุวัฒน จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วยรมต. ประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดประชุม เล่าถึงความเป็นมาว่า เรื่องการผลักดันนี้ได้ผ่านการพูดคุยกันมา 6 ครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ได้แก่

ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มกราคม การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากภาครัฐและผู้แทนจากภาคเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมE- Sport ด้วย

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 คณะอนุกรรมการ ส่งเสริมการป้องกัน คุ้มครองเด็ก และเยาวชน ในการใช้สื่อออนไลน์ ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาเด็ก และเยาวชน คุณวัลลภ นำเข้าสู่วาระการประชุม ประเด็นเพื่อพิจารณาหาผลกระทบ และแสวงหาความพอดี ในการป้องกันและส่งเสริม และคุ้มครอง เด็ก เพื่อให้สังคมไทย เดินไปได้โดยไม่เกิดความขัดแย้ง

ครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีการจัดเวที เสวนารับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ครั้งที่สี่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ คือ ความเป็นไปได้ในการผลักดัน E-Sport เป็นหนึ่งในชนิดกีฬา

ครั้งที่ห้า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 มูลนิธิอินเทอร์เน็ต ร่วมพัฒนาไทย เครือข่ายครอบครัวไทย และเครือข่าย 10 เด็กแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ประธานกรรมาธิการสังคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้ชะลอ และเตรียมความพร้อม ให้รอบด้านก่อน

ครั้งที่หก เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 ผู้แทนคณะอนุกรรมการ นายกสมาคม E-Sport  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการ สังคมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เห็นชอบบรรจุเรื่องนี้ เข้าสู่คณะ            อนุกรรมาธิการเด็ก

ซึ่งปัจจุบันประเด็นนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา 2 ส่วนคือ คณะกรรมการ การกีฬาแห่งประเทศไทย และอนุกรรมาธิการด้านเด็กฯ

ในด้านของสมาคมอีสปอร์ต ต้องการสนับสนุนให้ E-Sport เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาเพราะต้องการพัฒนา แข่งขันเกมคอมพิวเตอร์ จัดให้มีการแข่งขันระดับต่างๆโดยมีเงินรางวัล ผู้สนับสนุนและธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย

ข้อมูลจากเวทีรับฟังความคิดเห็น

1. E-Ssport หรือ Electronic Sports คือการแข่งขันวีดีโอเกม คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของ E-Sport คือ นักกีฬา อุปกรณ์กีฬา เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง เป็นต้น โดยมีคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สนับสนุนการเล่น เกมการแข่งขัน แบ่งเป็น 3 แนว คือเกมแนวโมบาหรือแนววางแผน แนวกีฬา และแนวยิงต่อสู้ ซึ่งเป็นที่นิยมกัน

2. การแข่งขันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ในภาคเอกชน มีเงินรางวัลสูง ประมาณ 3 ถึง 8 หมื่นบาทสำหรับผู้ชนะ ประเทศไทยก่อตั้งสมาคมอีสปอร์ต เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2556 โดยมีนายสันติ โหลทอง เป็นนายกสมาคม ซึ่งอยู่ระหว่างการขอให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย บรรจุเข้าเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้มีคนเล่นมากขึ้น

3. การเป็นนักกีฬา E-Sport มืออาชีพ ผู้เล่นจะมีฐานมาจากการเล่นเกม ต้องทุ่มเทและเสี่ยงต่อการติดเกม แล้วต้องหยุดเล่นหลังอายุ 25 ถึง 26 ปี

4. การผลักดัน E-Sport ให้เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาของประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กกท.) บรรจุให้ E-Sport  เป็นชนิดหนึ่งของประเภทกีฬาได้ตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งเทศไทย พ.ศ.2558 มาตรา 52

5. ข้อมูลผลกระทบจากการเล่นเกม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนว่าอีสปอร์ตสามารถผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิตใจ (Mental) และ 2. ปัญหาพฤติกรรมเสพติดในเด็ก เด็กทุกคนที่เล่นเกมมีโอกาสที่จะติดเกม นำไปสู่การเสพติดเกม กิจกรรมนี้มีความเสี่ยงเรื่องเวลา ควรตระหนักถึงเรื่องอบายมุขและการพนัน

แพทย์หญิงทิพวรรณ บูรณสิน แพทย์ชำนาญการ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้คีย์ข้อมูลเชิงกายและจิต พร้อมข้อเสนอแนะ ถึงปัญหาและผลกระทบมีส่วนกระตุ้นสมอง L S ทำให้เกิดวงจรของพฤติกรรมเสพติด การเล่นเกมเกิน 2 ชั่วโมง ในวันหยุดจะเพิ่มเป็น 2.5 เท่า สมองส่วนคิด (PEC) จะทำงานลดลงผิดปกติความฉลาดในการเรียนรู้จะลดลง เสียสมาธิจดจ่ออะไรไม่ได้นาน คิดเลขช้าลงลง ลืมคิดตามเหตุผลไม่ได้ ขาดความยับยั้งชั่งใจก้าวร้าว

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการอิสระ ให้ข้อสังเกตถึงธุรกิจ E-Sport  เป็นเกมกีฬาการแข่งขันที่ต้องใช้ความพยายามแข่งขันในการเล่นเกม การเล่นเกมคือความสุข จะทำให้มีปัญหากับคนรอบข้าง เรื่องเงินรางวัลเข้ามาเกี่ยวข้องผู้ที่พ่ายแพ้ จึงจะเห็นความสำคัญของครอบครัว และมีโอกาสอย่างมากที่จะเป็นโรคซึมเศร้าเครียด

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรมสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ E-Sport ว่าพร้อมแล้วหรือยังที่จะนำมาเป็นหนึ่งในชนิดกีฬา จะป้องกันและแก้ปัญหากับเด็กอย่างไร ซึ่งเสนอการป้องกัน มากกว่าการแก้ไข เพราะเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยวุฒิภาวะของเด็ก

นางสาวอรพิน ศักดิ์เอี่ยม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้กล่าวว่าถ้าหากรัฐต้องดูแลเด็กติดเกมจำนวนสองแสนคนไหวไหม โดยเสนอว่า 1. ควรให้ข้อมูลในการเล่นเกมกับเด็กด้วยตนเอง 2. ควรให้ข้อมูลกับพ่อแม่ครอบครัว 3. เสริมสร้างวินัย ทัศนคติที่มีต่อการเล่นเกม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ต้องคิดว่าพ่อแม่หันมาสนใจว่าลูกเล่นเพราะอะไร  มีกติกาการจัดอีสปอร์ต อย่างไร

ผู้ร่วมรับฟังในเวทีได้แสดงความคิดเห็นว่า หลายพื้นที่ยังไม่รู้จัก E-Sport  และนายปุญณพัทธ์ อรุณิชย์-ตระกูล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย แสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาหลักไม่ใช่อยู่ที่เกม แต่อยู่ที่ครอบครัว การปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวมีผล

ผู้ดำเนินรายการ ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวโดยรวมสรุปถึงข้อคิดเห็นหลายฝ่ายไว้ดังนี้ว่า เรายังไม่พร้อม ขอเวลาทำความเข้าใจก่อน และอาจเกิดปัญหาต่อสภาวะด้านอื่นตามมาอีกมากมาย

ควรมีการให้ข้อมูลทั้งทางบวกและทางลบเพื่อให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตัวเองและให้ข้อมูลนี้เช่นกันกับพ่อแม่ครอบครัวเพื่อเป็นที่ปรึกษาที่ถูกต้อง ในการเล่นเกมออนไลน์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ต้องทำให้พ่อแม่หันมาสนใจว่าเด็กเล่นเกมเพราะอะไร?  กำหนดกฎกติกาการเล่นอีสปอร์ต เช่น กำหนดวุฒิการศึกษา อายุ บางประเทศดูเกรดการเรียนด้วย ก่อนการเล่น รัฐควรเข้ามาจัดระเบียบให้รัดกุมเพื่อไม่ให้มีผลกระทบการ จัดการทุกเรื่องต่อครอบครัว และยังมีอีกหลายพื้นที่ในต่างจังหวัดที่ไม่รู้จัก E-Sport ถ้าจะเสนอเรื่องนี้ น่าจะนำไปเป็นการแข่งขันทางเทคโนโลยีเลยดีกว่าไม่ใช่กีฬา

 ซึ่ง ประธานกล่าวปิดงานได้กล่าวว่าจะนำข้อเสนอ เหล่านี้ไปยื่นต่อประธานกรรมาธิการสังคมเด็กและเยาวชน วุฒิสภา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  และจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ให้แก่เด็กและเยาวชนในภูมิภาคต่อไป 

เวที “การพนันบนสื่อโทรทัศน์: ความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ” article

เมื่อวันอังคารที่ 28 มีนาคม 2560 พี่ชาวเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ พี่ชาญไชย พี่อิมรอน พี่วิทยา พี่ปาริชาติ พี่สุพัตรา และพี่สุวิทย์  ได้เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในเวที “การพนันบนสื่อโทรทัศน์: ความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ” ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. กรุงเทพฯ

โดย ดร.รมิดา จรินทิพย์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการแข่งขันและกำกับดูแลกันเองรักษาการผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์กล่าวถึง
สถานการณ์จัดกิจกรรม SMS เสี่ยงโชคในรายการโทรทัศน์และวิทยุมีการจัดเป็นจำนวนมากและจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมายการพนันและมีลักษณะเข้าข่ายการส่งเสริมการพนันแต่ไม่มีการคุ้มครองผู้บริโภคในการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว รวมถึงอัตราค่าบริการการส่ง SMS เสี่ยงโชคที่มีหลายอัตรา และยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จึงจัดประชุมขึ้นเพื่อหารือให้เกิดกลไกของ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนที่จะร่วมดำเนินการเพื่อให้เกิดความคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ 

ในเวทีได้รับเกียรติจาก กสทช.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กล่าวเปิดงานและพูดถึงเรื่อง SMS เข้าไทยมาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีลักษณะเป็นที่สุ่มเสี่ยงในแง่ผิดศีลธรรมและกฎหมายเช่น ชิงโชค Iphone รถ หรือการโหวต โดยร่วมสนุกชิงโชคที่เข้าข่ายผิด พรบ.การพนัน พ.ศ. 2507 และขณะที่การส่ง SMS มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 3 ถึง 6 บาท ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่ามีการแบ่งปันผลประโยชน์กันระหว่าง ผู้จัด สถานี และผู้ให้บริการ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ประกอบการไม่รู้กฎหมายชัดเจนและแยกไม่ออกว่าการโฆษณาหรือการส่ง SMS แบบไหนเข้าข่ายการพนัน ซึ่ง กสทช. ได้ประสานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายการพนัน พ.ศ. 2507 โดยหลักการโฆษณาหรือแจ้งให้ส่ง SMS นั้นต้องไม่มีการวางเดิมพัน ประชาชนต้องไม่เสียเงิน ต้องไม่แบ่งปันต้องไม่เชิญชวนให้เล่นทายปัญหาชิงโชคหรือลุ้นอย่างเดียว

แม้กระทั่งการทายผลฟุตบอลโลก เป็น พรบ.ชิงรางวัลได้หรือไม่นั้น หลักของกฎหมายอยู่ที่ว่า การเสี่ยงโชคประชาชนต้องไม่เสีย SMS ชิงโชคขั้นต่ำครั้งละ 3 ถึง 6 บาท ผิดกฎหมายการพนันล้วนๆ  เพราะประชาชนเสีย ซึ่งเป็นคดีอาญา ผิดกฎหมาย จะไม่ผิดกฎหมายนั้นต้องมีหลักเกณฑ์คือ (1) SMS ต้องราคาปกติต้องไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์กัน (2) การโฆษณาการพนันผิดกฎหมายทั้งหมด เช่นเชิญชวนให้เล่นบอกเบอร์โทรให้ไปแทง ตั้งกลุ่มการกระตุ้นให้เกิดการพนันใบ้หวยสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และเชื่อมโยงถึงการกระทบต่อสังคมวงกว้างมากขึ้นโดยทั่วไป ทีวีดาวเทียมจะรุนแรงกว่าฟรีทีวี ให้สังเกตว่าฟรีทีวีมีทุกช่องในเรื่องของกีฬา ตอนนี้ชี้ให้เห็นถึงเรื่องใบ้หวยผ่านรายการเล่าข่าว ซึ่งเป็นรายการปกติ ที่ไม่ได้ห้ามเด็กเล็กเยาวชนในการรับชม หากเด็กแยกแยะไม่ได้จะรู้สึกว่าเรื่องการพนันใบ้หวยเป็นเรื่องปกติ ในส่วนนี้สถานีต้องเข้าไปดูความเหมาะสมของเวลาการออกอากาศ สำหรับการออกกติกา กฎกติกานั้นเรามีกฎหมายการพนันของกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ ส่วน กสทช. จะทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่ต้องกำกับดูแลให้มีความเหมาะสมทั้งการถ่ายทอดการจับรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลการชิงโชคการให้ส่ง SMS โหวตคงต้องมีกติกาเพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับการกระตุ้นให้คนเล่นการพนันเล่นหวยหรือชิงโชคในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเยาวชนไม่ให้ได้รับผลกระทบส่วนการออกกฎระเบียบกำกับดูแลในเวลานี้คงมีอุปสรรคเรื่องจากเรื่องนี้อยู่ในฝั่งกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ (กสท) ซึ่ง กสทช. ด้านนี้คือนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่จึงต้องหวังพึ่งสำนักงาน กสทช. ที่จะเสนอเรื่องให้ออกระเบียบเข้ามาดูแล

ในเวทีได้นำเสนอ “ผลการศึกษาและการเฝ้าระวังการจัดกิจกรรม SMS เสี่ยงโชค และการให้ข้อมูลการพนันในรายการโทรทัศน์” การนำเสนอได้กล่าวถึงผลกระทบต่อสังคมกว้างขวาง กระทบต่อเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้เกิดการบริโภคจนก่อให้เกิดอันตรายสร้างค่านิยมที่ผิดเกิดความหมกมุ่นเกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจสุขภาพและสังคมโดยรวม หากคิดค่าบริการเกินปกติในต่างประเทศกำหนดให้เป็นการพนัน
ปัจจุบันช่องทางในการเสี่ยงโชคมีทั้งโทรศัพท์มือถือเว็บไซต์ Line Facebook รายการโทรทัศน์และกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม ผลการติดตามรายสถานการณ์กิจกรรมเสี่ยงโชคและการพนันในรายการโทรทัศน์ปี 2558 พบว่า

·       ช่องที่มีค่าใช้จ่ายในการส่ง SMS ครั้งละ 3 บาทได้แก่ ช่อง One ช่องไทยรัฐทีวี ช่อง True4U ช่อง PPTV ช่อง GMM25 ช่อง New TV ช่อง TNN ช่อง Nation ช่องSpring News ช่อง Bright TV ช่อง Loca ช่อง Now ช่อง Voice TV

·       ช่องที่มีค่าใช้จ่ายในการส่ง SMS ครั้งละ 6 บาท ได้แก่ ช่อง 7 ช่อง 3 ช่อง 8 ช่อง MCOT ช่อง TV 5  ช่อง CH 3 Family ช่อง MCOT Family (1) รายการพารวย The Price is Right Thailand ช่อง True4U 24 ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงพฤหัส เวลา 2 ทุ่ม- 3 ทุ่ม
กติกา - ให้ร่วมสนุกโดยการทายราคาสินค้าชิงของรางวัล โดยลงทะเบียนครั้งละ 3 บาททายราคาผ่าน SMS ครั้งละ 6 บาท (2) โฆษณาส่งรหัสโออิชิลุ้นไปทริปญี่ปุ่นกับ12 เจ้าชายU-Prince
มีโฆษณาทุกช่อง กติกา กด *494* ตามด้วยรหัสใต้ฝาหรือในกล่องแล้วโทรออกพิมพ์ *787* ส่งฟรีทุกเครือข่าย (ที่น่าสังเกตเรื่องความร่วมมือกับค่ายมือถือ)

·       รศ.พญ.พรจิรา ปริวัชรากุล อธิบายว่า การให้ส่งชิงโชคมีผลกระทบกับโครงสร้างของสมองโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่และยังไม่สามารถแยกแยะความต้องการของสมองได้ โดยเฉพาะเรื่องการยับยั้งชั่งใจ หากเด็กกลุ่มนี้มีการเล่นการพนันหรือส่งชิงโชค จะทำให้สมองเสพติดการพนันได้ง่ายเรียกว่าโรคติดพนัน เมื่อโตขึ้นจะส่งผลต่อการพัฒนาการสมองในระยะยาวอาจจะทำให้สมองฝ่อลงและเกิดความเสียหายกับสมองบางส่วนโดยเฉพาะความยับยั้งชั่งใจ

·       กฎหมายในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงมหาดไทยมีมานานแต่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมอีกและกิจกรรมที่กระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตโดยมีเงื่อนไข (Prize Competition: การแข่งขันได้รับรางวัล) ดังนี้

1. เป็นการตัดสินผู้ชนะจากทักษะไม่ใช่โชค เช่นการตอบคำถามและไม่มีการสุ่มหาผู้ได้รับรางวัล 

2. เป็นการแข่งขันที่ไม่ง่ายจนเกินไปอย่างชัดเจนจนทำให้ไม่สามารถจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้

3. การแข่งขันควรมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านตัดสิน

4. ผู้เข้าร่วมต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมรายการ 

5. หากต้องส่ง SMS MMS ปณ. ฯลฯ ต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินกว่าราคาปกติ

6. ผู้จัดรายการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับค่าใช้จ่ายนั้นๆ

·       ส่วนกิจกรรมที่กระทำได้แต่ต้องขออนุญาตก่อน เช่น การชิงโชคเป็นกิจกรรมที่กระทำได้โดยมีเงื่อนไข (Prizes Draw : การจับรางวัล) ดังต่อไปนี้

1. ผู้เข้าร่วมต้องไม่เสียค่าใช้จ่าย

2. หากต้องส่งSMS MMS ปณ.ฯลฯ ต้องได้มากกว่าราคาปกติ

3. ผู้จัดรายการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหากมีเป็นการพนันทันที

4. ใช้การสุ่มแจกรางวัลหรือส่วนผสมการใช้ทักษะได้

5. หากรางวัลเป็นเพียงส่วนลดราคาของสินค้าของผู้จัดรายการและการส่งเสริมการขายนี้เปิดให้แก่ลูกค้าทั่วไป ไม่ต้องขออนุญาต

6. การคัดเลือกผู้ชนะควรให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันและกระทำในเวลาเหมาะสมเช่น ไม่นานจนเกินไปนับจากวันที่ขออนุญาต

7. ผู้ชนะไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่คัดเลือกถ้าผู้ชนะไม่มาติดต่อไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนดให้จับรางวัลใหม่

·       ส่วนข้อจำกัดของประเภทรางวัลในกรณีของรางวัล (Prohibited Prizes: ห้ามมีรางวัล) ที่ไม่มีความเหมาะสมกับผู้เข้าร่วมรายการที่อาจจะมีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น สลากลอตเตอรี่ สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับของมึนเมาบุหรี่ของรางวัลที่ขัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีดีงามหรือสินค้าอันตรายอื่นๆ เจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาตอาจปฏิเสธการขอจัดรายการได้

 

เมื่อจบการนำเสนอผลการศึกษาและการเฝ้าระวังการจัดกิจกรรม SMS เสี่ยงโชค และการให้ข้อมูลการพนันในรายการโทรทัศน์” ก็เป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีผู้แสดงความคิดเห็น เช่น

· พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 สมควรได้รับการทบทวนและแก้ไขเพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และควรปรับปรุงกฎหมายด้านโทรคมนาคมต้องมีความครอบคลุมสำหรับการแก้ปัญหาการเป็นช่องทางในการเล่นการพนัน

· ปัญหาด้านการติดตาม บทบาทหน้าที่ในการประสานงานและการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเพิกเฉยต่อการพนันในรูปแบบนี้เพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่และมีความผิดที่ไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน

· การขยายความรู้ไปสู่ผู้ผลิต ซึ่งผู้ผลิตเนื้อหาหลายรายไม่ทราบว่าการเสี่ยงโชคด้วย SMS เป็นการพนันและไม่ได้มีการดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง

·  ข้อเสนอในการควบคุมกิจการเสี่ยงโชคและการพนันในรายการโทรทัศน์

1. ข้อเสนอต่อกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย

2. ข้อเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)

·       ข้อเสนอต่อกรมการปกครอง 

·  ควรกำหนดนิยามการพนันและรูปแบบกิจกรรมการตลาดที่อาจมีการนำเสนอผ่านสื่อให้ชัดเจน

·  ควรแบ่งกิจกรรมเป็น 3 กลุ่มคือ

1. กิจกรรมที่เป็นการพนันและห้ามไม่ให้มีการดำเนินการตาม พ.ร.บ..การพนัน พ.ศ. 2478

2. กิจกรรมที่สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเช่นการจัดการแข่งขันประเภททักษะ(Prize Competition)

3. กิจกรรมที่สามารถกระทำได้แต่ต้องขออนุญาตก่อนคือกิจกรรมการชิงโชค (Prize Draws)

· ภารกิจเพิ่มเติมของกรมการปกครองที่เสนอแนะว่าควรกำหนดให้ผู้จัดรายการต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่สอดคล้องกับมูลค่าของรางวัลและหากรางวัลไม่เหมาะสมกับผู้รับ และบริบทสังคมได้แก่รางวัลเป็นของมึนเมา บุหรี่ การพนัน เจ้าหน้าที่ไม่ควรอนุญาต ข้อมูลในการขออนุญาตต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และอย่างน้อยที่สุดต้องมีข้อมูล ดังนี้ เลขที่ใบอนุญาต รายละเอียดการส่งเสริมการขายโดยละเอียด ค่าใช้จ่ายในการติดต่อ หรือเข้าร่วม และแบบฟอร์มใบสมัครเข้าร่วม รายการที่ต้องแสดงวิธีการประกาศผลผู้ชนะรางวัลโดยละเอียด

·  สำหรับข้อเสนอต่อ กสทช.

· ควรเปลี่ยนการออกกฎระเบียบประกาศที่ห้ามมิให้กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมจัดกิจกรรมที่เป็นการเสี่ยงโชคหรือกิจกรรมที่เข้าข่ายการพนัน

·  ถ้าเสนอต่อกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

· กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแนบหลักฐานแสดงจากหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่รับรองได้ว่าได้จัดกิจกรรมทางการตลาดและโฆษณาอย่างถูกต้อง

· กำหนดให้มีการแยกรายการเด็กและเยาวชนออกจากกิจกรรมทางการตลาดและการโฆษณาไม่ผูกเป็นเนื้อหาเดียวกันจนแยกไม่ออกถ้าแยกไม่ออกแล้วให้นับเวลาโฆษณาทั้งหมด 

·  ต้องมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ดำเนินรายการหรือผู้แสดงทำการโฆษณาในรายการและช่วงเชื่อมต่อและในเว็บไซต์ที่เผยแพร่อากาศด้วย

· กำหนดกฎเกณฑ์การขอใบอนุญาตผ่าน SMS ที่มีข้อความเชิญชวนโดยตรงถึงผู้ใช้บริการ และผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ โดยเฉพาะเวลาที่เด็กและเยาวชนอาจรับชมเป็นจำนวนมาก(ก่อน 4 ทุ่ม)

·  กำหนดวิธีการตรวจสอบการดำเนินรายการให้เป็นไปตามเกณฑ์และตามกฎหมาย

·  กำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม

·  ออกคำเตือนให้ผู้จัดกิจกรรมใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในกิจกรรมที่พุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชนหรือของรางวัลผู้ใหญ่ที่อาจตกถึงมือเด็กและเยาวชน

· กำหนดให้ผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ระมัดระวังออกคำเตือนและให้คำแนะนำเพื่อป้องกันอันตรายจากสินค้าบริการและไม่โน้มน้าวให้เกิดการบริโภคมากเกินจำเป็น

·  ข้อเสนอต่อกิจกรรมโทรคมนาคม

·  ขอให้ผู้ประกอบการมือถือทุกรายทำหนังสือแจ้งเตือนประชาชนเรื่องสิทธิ การจำกัดยอดค่าใช้จ่ายต่อเดือน

·  ป้องกันการเข้าถึง SMS โดยให้แสดงความจำนงและกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้
ขอให้ผู้ให้บริการมือถือทุกรายให้ความรู้เรื่องค่าใช้จ่ายผ่านมือถือในรายการส่งเสริมการขายต่างๆทางสื่อ

·  กำกับให้ผู้ประกอบการมือถือทุกรายต้องเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงและไม่เกินยอดที่ลูกค้าจำกัดการใช้

·  ข้อเสนอต่อผู้ประกอบการต้องขออนุญาตต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ

·  ต้องไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์

· ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงทั้งเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไขว่าเป็นการเสี่ยงโชคแบบใดวันและเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุด เวลา และสถานที่จับรางวัลมูลค่าจำนวนและลักษณะของของรางวัลเป็นต้น

·  ควรมีสำนึกรับผิดชอบร่วมกันไม่สร้างภาระให้สังคมตามแก้ปัญหาขณะที่ตนเองกอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง

·  การพนันกับชิงโชคต่างกันโดยมี พ.ร.บ.คุ้มครองและกำหนดไว้ชัดเจน อีกประการหนึ่งควรกำหนดเวลาออกอากาศเกี่ยวกับการชิงโชคและค่าบริการ

 

ก่อนปิดเวที เครือข่ายเด็กและเยาวชนกล่าวถึงเรื่องการพนันทางทีวีว่าทำให้เรื่องผิดปกติเป็นเรื่องปกติ ตาม ม.20(8) กฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ยินยอมให้เข้าด้วยได้ไหม จะทำอย่างไรกับลูกหลานเรา การมีส่วนร่วมผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อเยาวชน และคุณบัญชา อินทรวิเศษ ผู้แทนจากกรมการปกครอง ได้ ให้เบอร์เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายไว้เพื่อสอบถาม ถึงเรื่องกฎระเบียบการขอใบอนุญาตและเรื่องของการพนันบนสื่อติดต่อได้ตลอดเวลากับเจ้าหน้าที่ โทร.02-356-9575 

 

หน้า 1/26
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26  [ถัดไป]
[Go to top]



bulletสมัครสมาชิก
bulletคู่มือพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์
bulletคู่มือการใช้แบบทดสอบการติดเกมฉบับผู้ปกครอง
bulletมุมครอบครัว
bulletคลิปดีๆที่อยากให้ชม
bullet'ดูได้ ดูดี' คู่มือสามัญประจำบ้าน
bulletดูได้ ดูดี เล่ม 2 ออกแล้วจ้า..... !!!
bulletจุลสารขบวนการครอบครัว
bulletจดหมายข่าว
bulletCalendar
dot
Family Award 2016
dot
bulletทัศนะของผู้เข้าร่วมงาน Family Awards 2016
bulletผลการสำรวจฉบับสมบูรณ์
bulletโปสเตอร์งาน Family Award 2016
bulletผลการสำรวจสัดส่วนรายการโทรทัศน์ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัวบนทีวีดิจิทัล
dot
Family Awards 2013
dot
bulletบรรยากาศงาน Family Award 2013
bulletข่าวการมอบรางวัล Family Award 2013 รายการ "ครัวคุณต๋อย"
bulletรายการคันปากเรื่องมอบรางวัล Family Award 2013
bulletรายการเส้นทางบันเทิงเรื่องการมอบรางวัล Family Award 2013
bulletเล่มรายงานผลสำรวจรายการโทรทัศน์ในดวงใจครอบครัวปี 5
dot
Family Awards 2012
dot
bulletข่าวการจัดงาน Family Awards 2012
bulletผลสำรวจรายการโทรทัศน์ในดวงใจครอบครัวปี 4
dot
Family Awards 2011
dot
bulletบรรยากาศงาน Family Awards 2011 (Part 1)
bulletบรรยากาศงาน Family Awards 2011 (Part 2)
bulletสรุปงาน Family Awards 2011
bulletรายงานข่าว Family Awards 2011 ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
bulletสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสรายงานข่าวรางวัล Family Awards 2011
bulletรายการเรื่องจริงผ่านจอ กับรางวัล Family Awards 2011 ที่ได้รับ
bulletรายงานข่าว Family Awards ในรายการสีสันบันเทิง ช่อง 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 1
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 2
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 4
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 5
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 6
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 7
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 8
dot
Family Award 2010
dot
bulletคำกล่าวของผู้มอบรางวัลและผู้รับรางวัล
bulletรายงานผลสำรวจ Family Poll 2010
bulletสสส.เผยแพร่ข่าวการจัดงาน Family Award 2010
bulletคลิ๊ปข่าวรายการ "คันปาก"
bulletคลิ๊ปข่าวรายการ "ดาวกระจาย"
bulletคลิ๊ปข่าวภาคเที่ยง ช่อง 7
bulletคลิ๊ปข่าวช่อง 9
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 1
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 2
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 3
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 4
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 5
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 6
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 7
bulletบอร์ดประชาสัมพันธ์ 8



Code Calendar by zalim-code.com


Copyright © 2010 All Rights Reserved.